เห็นชื่อเรื่อง อย่าเพิ่งคิดไปถึงคำว่า “สร้างภาพ” ในความหมายเชิงลบเสียก่อนล่ะครับ เพราะในครั้งนี้เรากำลังจะมาดู”ภาพ” ที่สร้างขึ้นมาจาก “คำศัพท์” ซึ่งเป็นลูกเล่นในการสร้างผลงานเขียนซึ่งปรากฏในอกสารจากยุคกลางเมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 กันครับ

ภาพที่เห็นอยู่นี้คือส่วนหนึ่งของเอกสาร “อราเทีย”(Aratea) ที่เขียนโดยกวีชาวกรีกนามว่า “อราตัส”(Aratus) ในช่วงราวศตวรรษที่ ต ก่อนคริสตกาลและได้รับการแปลมาเป็นภาษาละตินโดยชาวโรมันนามว่า “กิแกโร” (Cicero) และถ้าได้ลองพินิจพิจารณาที่ “รูปภาพ” โดยเฉพาะที่ “ลำตัว” ของสัตว์ชนิดต่าง ๆอย่างละเอียดแล้วก็จะพบว่าจิตรกรไม่ได้ “วาด” ร่างกายของสัตว์ตามปกติหรอกนะครับ แต่เป็นการนำเอา “คำศัพท์” มาเรียงเป็นประโยคเพื่อ “สร้างภาพ” ลำตัวของสัตว์เหล่านี้ขึ้นมาต่างหากเล่า (แต่ศีรษะ, เท้าและหางยัง
ใช้วิธีวาดตามปกตินะครับ) ลองพิจารณาภาพ “คนครึ่งม้า” และ “สุนัข” ดูสิครับ จะเห็นว่าลำตัวของสัตว์ทั้งสองถูกรังสรรค์ขึ้นมาจาก “คำศัพท์” ภาษาละตินหลากหลายบรรทัดเลยทีเดียว

สำหรับคำศัพท์ที่นำเอามาใช้ก็ได้รับการเลือกสรรมาจากหนังสือดาราศาสตร์ของ “ไฮจินัส”(Hyginus’ Astronomica) สื่อให้เห็นว่าภาพที่ปรากฎอยู่นี้ไม่ได้แสดงถึงภาพของสัตว์ในตำนานเทพปกรณัมเพียงอย่างเดียว ว่ายังแสดงถึงภาพของ กลุ่มดาว ตามตำนานความเชื่อของชาวกรีก-โรมันอีกด้วย ดังนั้น ภาพคนครึ่งม้าจึงหมายถึง “กลุ่มดาวคนครึ่งม้า”(Centaurus) และภาพสุนัขจึงหมายถึง “กลุ่มดาวหมา(ใหญ่” (Sirius) นอกจากนั้นยังมีภาพของกลุ่มดาวอื่นๆ อีกมากมายเลยล่ะครับ

เช่นกลุ่มดาวกระต่ายป่า (Lepus) ที่แสดงด้วยภาพกระต่าย กลุ่มดาวแกะ (Aries) ที่แสดงด้วยภาพแกะ กลุ่มดาวปลา (Pisces) ที่แสดงด้วยภาพปลา ที่น่าสนใจก็คือมีภาพของกลุ่มดาว “ซีตัส” (Cetus) ที่แสดงด้วยภาพของ “สัตว์ดุร้ายแห่งท้องทะเล” อยู่ในเอกสารนี้ด้วยเช่นกันการวาดภาพกลุ่มดาวด้วยคำศัพท์เช่นนี้ทำให้ผู้อ่านสามารถชื่นชมความงามของรูปภาพได้พร้อมกับการเสพเรื่องราวของกลุ่มดาวบนฟากฟ้าในรูปแบบของบทกวีที่ร้อยเรียงเอาไว้อย่างบรรจง นอกจากนั้น “จุด” หรือ “วงกลม” สีแดงที่วางตัวอยู่ในตำแหน่งต่างๆ ของรูปภาพยังแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของ “ดวงดาว”ในกลุ่มดาวต่างๆ ที่ปรากฎอยู่บนท้องฟ้าอีกด้วยถึงแม้ว่าต้นฉบับที่แท้จริงจะมีความเก่าแก่ถึงร่วม ๒,000 ปีแล้ว แต่เอกสารชันนี้เป็นเพียงฉบับคัดลอกที่เพิ่งวาดขึ้นทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสในช่วงปี ค.ศ. 820 และในปัจจุบันก็ได้รับการเก็บรักษาเอาไว้ในหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ (British Library) เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *