ในวันที่ 9 กันยายน 1987 ถึงเวลาอันสมควรกลับการเปลี่ยนแปลงของ ซีวิค รุ่นที่ 4 มี Hatchback 3 ประตู / 5 ประคู
และยังมี ซีดาน 4 ประตู

ส่วนเครื่องยนต์นั้นมีทั้ง D13B / D15B / Zc มีแคมเดียวและแคมคู่ และ B16A กับระบบ VTEC ( Variable Valve Timing & Lift Electronic Control ) ถ้าแปลตรงๆคือ วาวล์แปรผันที่ปรับระยะยกของวาวล์ได้ ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยบนแคมนั้นจะมี เพลาลูกเบี้ยว 2 ขนาด สำหรับรอบต่ำและรอบสูง ลูกเบี้ยวรอบต่ำสำหรับวาวล์เปิดน้อย

ทำให้เครื่องเดินนิ่งทำให้ประหยัดน้ำมันมีแรงบิดที่รอบต่ำเพราะอากาศไหลเร็วและผสมกับน้ำมันได้ดี สำหรับการใช้รถใช้ถนนในชีวิตประจำวัน แต่พอรอบสูงการที่วาวล์เปิดน้อยทำให้กาศเข้าเครื่องได้น้อยและกำลังตก

เมื่อรอบสูงถึงจุดนึงกล่องควบคุมจะสั่งให้ไปใช้ลูกเบี้ยวสำรองซึ่งลูกค้าสำหรับรอบสูงจะเปิดเยอะและนานกว่าทำให้กาศเข้าได้อย่างเต็มที่ และในจังหวะที่วาวล์เปิดเพิ่มแรงบิดจึงเพิ่มขึ้นพร้อมกับเสียงที่เปลี่ยนไปจากรถบ้านกายเป็นแคมซิ่งเลย

จึงเป็นวลีเด็ด #เทคเปิดโลกเปลี่ยน VTEC แบ่งออกเป็นแบบ VTEC ธรรมดา VTEC-E VTEC 3-STAGE และ i-VTEC

  • VTEC ธรรมดา จะสลับไปใช้คมรอบสูงที่ 5000-6500 รอบ ต่อนาที
  • VTEC-E ออกแบบมาเพื่อให้ประหยัดน้ำมัน โดย E ย่อมาจาก ( Economic ) เครื่องตัวนี้มีวาวล์แปรผันเฉพาะฝั่งไอดี จะเปิดวาวล์ไอดีที่รอบต่ำ และเปลี่ยนมาใช้ 2 วาวล์ หลังจาก 2500-3000 รอบ ต่อนาที
  • VTEC 3-STAGE จะมีทั้ง VTEC ธรรมดา / VTEC-E ร่วมกัน จึงปรับการทำงานเครื่องยนต์ได้ 3 แบบ คือ เปิดวาวล์เดียวที่รอบต่ำ(-2700 รอบ) / 2 วาวล์ที่รอบกลาง (2700-5700 รอบ) และเปิดวาวล์เยอะที่รอบสูง(5700 รอบ)
  • I-VTEC เหมือนกับ VTEC แต่ปรับองศา แคมชาฟท์ ให้วาวล์เปิดเร็วหรือให้ข้ากว่าปกติ และมีระบบที่ควบคุมซับซ้อนกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น