รุ่นที่ 5 ได้ถือกำเนิดในวันที่ 10 กันยายน 1991

บอดี้รถใหญ่ขึ้นและยาวขึ้นนิดหน่อย แต่ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยว่า ความโค้งมนแต่แบบ รถยุค 90 ซีวิค 4 ประตู มีชื่อเรียกว่า Civic Fario / Sir และ รุ่น 3 ประตู ตัวท็อปสุดจะใช้คำว่า SiR*II

ในรุ่นนี้จะมีเครื่องยนต์ D13B / D15B ที่เป็น VTEC-E และ VTEC ธรรมดา และรุ่น SiR จะเป็น B16A

ส่วนช่วงล่าง Double Wishbone ทั้งหน้าและหลัง ส่วนเหล็กกันโคลง จะมีมาให้เฉพาะรุ่นVTi (มีเฉพาะด้านหน้า) SiR, SiR II (ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง)

กับรุ่นขับสี่ล้อ RTX และ RTSi (มีเฉพาะด้านหน้า) พวงมาลัยเป็นแบบมาตรฐาน แร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฮโดรลิค ช่วยผ่อนแรง ระบบเบรกเป็นแบบ หน้าดิสก์ หลังดรัม ยกเว้นรุ่นที่วางเครื่อง B16A จะได้ดิสค์เบรกไปใช้ นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมบอกไปก็คือ Civic EG นี้ยังเป็นCivic รุ่นแรกที่มีถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับมาให้เลือกเป็นอุปกรณ์พิเศษอีกด้วย โดยรถที่มีออพชั่นนี้

พวงมาลัยจะเป็นแบบ 4 ก้านอูมๆบวมๆ หน้าตาไม่ใคร่สวยเท่าตัว 3 ก้านที่มีอยู่เดิมเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามด้วยรูปลักษณ์สไตล์แซมบ้า บวกกับอรรถประโยชน์ในการใช้สอยที่ถูกออกแบบมา ได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในญี่ปุ่น แถมยังมีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายหลายแบบ Honda Civic Generation ที่ 5 จึงได้รับรางวัล Japan Car of the Year ถึงสองปีซ้อน ได้แก่ปี 1991 และปี 1992

ตลอดอายุตลาดในญี่ปุ่น ช่วงปี 1991 – 1995 มีการปรับโฉมไม่มากนัก และส่วนใหญ่เน้นไปที่การเพิ่มรุ่นย่อย หรือรุ่นพิเศษ มากกว่าผมอยากให้คุณผู้อ่านรู้เอาไว้บ้าง เผื่อไปเจอของเล่นแปลกๆจากกองอะไหล่ของรถรุ่นนี้ในเซียงกง จะได้ไม่ตกใจว่า มันมีออพชันประหลาดๆ แบบนี้กับเขาด้วยเหรอเริ่มจาก วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1992 เพิ่มรุ่นย่อย 3 ประตู 1.3 EL-X เพิ่มวิทยุ/เทป Full Logic Cassette Playerกับฝาครอบล้อ แบบเต็มวงลายเดียวกับในบ้านเรา มาให้จากนั้น 15 พฤษภาคม 1992

เพิ่มรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ การทำตลาด Civic ครบ 20 ปี ในชื่อรุ่น3 ประตู 20 th Annivesary ผ่าเหล่าผ่ากอกว่าพี่น้อง 3 ประตู EG คันอื่น ตรงที่ มีการวางเครื่องยนต์ ZCบล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,590 ซีซี 130 แรงม้า (PS) จากรุ่นขับสี่ล้อ เป็นพิเศษ ทั้งที่เป็นรุ่นขับล้อหน้าแถมยังติดตั้งถุงลมนิรภัยฝั่งคนขับ SRS เพิ่มไฟเบรกหลังดวงที่ 3 แบบ LED พร้อมสปอยเลอร์เหนือกระจกบังลมหลัง แบบเดียวกับรุ่น SiR มาให้ ถือว่ามีออพชันจากโรงงาน แปลกๆ และครบถ้วนเลยทีเดียว

เดือนกรกฎาคม ปี 1992 ไม่มีอะไรใหม่ แต่เป็นวาระพิเศษของแบรนด์เนม “Civic” เพราะว่าในเดือนนี้ รถยนต์ Honda Civic คันที่ 10,000,000 ออกจากสายการผลิต! (และพวกเขาก็ยังขายมันได้อีกกว่า 7 ล้านคันภายใน 18 ปีหลังจากนั้น)

ขณะเดียวกัน รุ่น Ferio Sedan 4 ประตู ก็ยังมีรุ่นย่อยพิเศษ ฉลองให้กับการคว้ารางวัล Japan Car of the Year ประจำปี 1991 – 1992(ถือเป็นครั้งที่ 2 นับจาก รุ่น Wonder Civic ที่คว้ารางวัลเดียวกัน เมื่อปี 1983 – 1984)ด้วยการนำรุ่น Ferio VTi มาเพิ่ม เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า และกุญแจรีโมทแบบ Keyless Entryเป็นพิเศษ โดยมี ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ABS เฟืองท้าย LSD Limited Slip กระจกหน้าต่างสีชา Smoked Glass พร้อม Sunroof ไฟฟ้า ติดตั้งเสริมมาให้พร้อมกัน ออกสู่ตลาดญี่ปุ่นในวันเดียวกัน

Civic Ferio ETi

เดือนกันยายน 1992 มีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ “ML” ทั้ง 2 ตัวถัง วางเครื่องยนต์ D15B

เวอร์ชันคาร์บิวเรเตอร์ เดี่ยว 91 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.1 กก.-ม.ที่ 4,000 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

สำหรับ EG6 ในสนามแข่ง ปี 1993 ทีม JACCS ได้ชนะในรายการ JTC Dvition3 มาได้ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของ JTC เพราะในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา Dvition1

เป็นยุคของ SKYLINE R32 ผู้จัดเลยเปลี่ยนกติกาที่หลายประเทศใช้กันและได้เปลี่ยนชื่อรายการว่า JTCC JAPAN TOURING CAR Championship ในปี 1994 นั่นเอง

ยกตัวอย่าง ทีม เช่น Mugen Castrol / JACCS และ ทีม อื่นๆอีกมากมาย

แต่เสียดายที่สู้กับรุ่นอื่นๆไม่ได้ เพราะแค่เครื่อง B16A เอง ขณะ ที่รุ่นอื่นมากับเครื่องยนต์ 2000 cc อย่างไรก็ตาม HONDA ไม่แค่ยอมแพ้ได้จับ Honda Accord Cd6 ลงแข่งในปี ต่อๆไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *