รุ่นที่ 1

สมัยปี 1964 ฮอนด้าการเป็นผู้ผลิตจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ฮอนด้ายังได้ออกแบบสินค้า โดยหันมาผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก อย่าง รถบรรทุกจิ๋ว รถสปอร์ต รถยนต์โดยสาร และเริ่มทำการตลาดขยายสายการผลิตในระดับโลก จนกระทั่งวันที่ 11 กรกฎาคม 1972 ฮฮนด้า ซีวิค รุ่นที่1 ก็ได้เปิดตัวออกมาและขายในปี 1973 โดยมีคำว่า ซีวิค มีความหมายว่า ประชาชน 

มันได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะคุณภาพของรถ ฮฮนด้า ว่ากันว่าเทียบเท่ากับรถ เยอรมัน ในยุคนั้น แต่ราคาของรถฮฮนด้าถูกกว่ามาก พอดิบพอดีกับในปีนั้น เกิดการขาดแคนน้ำมัน ราคาน้ำมันสูงขึ้น 4 เท่า กันเลยที่เดียว และมันแย่ขนาดที่ว่าผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในอเมริกา ต้องแบ่งวันคี้วันคู่เพื่อเติมน้ำมัน แบ่งตามเลขทะเบียนท้ายรถกันเลย ซีวิคที่ใช้เครื่องขนาดเล็กแค่ 1200cc และ 1500cc เลยเป็นรถที่ตอบโจทย์ในตลาด อีกวิกฤตินึงในตอนนั้น

เรื่องของมลพิษที่เป็นปัญหากันมาพักใหญ่ รถยนต์ในสมัยก่อนจะต้องติดตั้ง แคทตาไลติก คอนเวอร์เตอร์ (Catalytic Converter) เพื่อควบคุมมลพิษจากไอเสีย แต่สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค นั้นเพราะว่ามีระบบ CVCC(Compound Vortex Controlled Combustion) ซึ่งออกแบบมาน้ำมันเยอะเฉพาะใกล้ๆกับหัวเทียน โดยจะมีทั้งเกียร์ ธรรมดา(Manual) กับ เกียร์ เซมิ ออโต้(Semi auto) ที่เรียกกันว่า ฮอนด้า เมตริก รูปโฉมจะมีตั้งแต่ 2 ประตู 3ประตู 4 ประตู 5 ประตู

SONY DSC

ในปี 1978 กลุ่มวิศกรฮอนด้ากลุ่มนึง ได้ฟอร์มทีมขึ้นมา  ทีม ยามะโตะ(Yamato) และสร้างรถ ซีวิค ลงแข่งใน รายการ ฟูจิแกรนด์แชทป์เปี้ยนชิพ (Fuji Grand Championship) เป็นจุดเริ่มต้นของ  ซีวิค ในฐานะ รถสนามเลยก็ว่าได้


รุ่นที่ 2

18 กรกฎาคม 1979 ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 2 ก็ออกมา มีตัวถังที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย ในรุ่นที่ 2 นี้ มีหลายบอดี้เลย ตั้งแต่ 3 ประตู และ 5 ประตู มีทั้ง Hatchback,Station Wagon,Van,Sedan ทุกรุ่นจะมีระบบ CVCC อีกด้วย มีขนาด 1.3 ลิตร และ 1.5 ลิตร เกีนร์ธรรมดา 4 / 5 สปีด(4/5Speed) และ เกียร์ เซมิ ออโต้ ฮอนด้า เมตริก (Semi Auto Honda Metric)

เมื่อเทียบกับรุ่นแรกในตลาดนานถึง 7 ปี รุ่นที่ 2 ไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ ฮอนด้าจึงสู๋รุ่นที่ 3 เข้ามาแก้มือใหม่ในปี 1983

รุ่นที่ 3

วันที่ 22 กันยายน 1983 รุ่นที่ 3 ก็แจ้งเกิดโดยการออกแบบแนวคิดที่ว่า Man Maximum Maxcar Minimum แปลง่ายๆเลยว่า มนุษย์เป็นใหญ่เครื่องจักรเป็นลอง โดยจะมากับบอดี้ แฮทช์แบ็ก 3 ประตู / 5 ประตู และ 4 ประตู ซีดาน เครื่องยนต์มีตั้งแต่ 1.6 ลิตร 1.5 แคมคู่ และ 1.3 ลิตร แคมเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีการแตกสายพันธุ์จากพื้นฐานเดียวกัน มีรุ่น Ballade NEW-X/CR-X แต่ในอเมริกาจะเรียกรุ่นนี้ว่า CR-X กันเลย

ซีวิครุ่นนี้จะถูกใช้ในการแข่ง รายการ Touring Car Championship ตอนนั้นเรียกย่อๆว่า JTC โดยเป็นการแข่งภายใต้กีฬาสากลหรือ Group A ในสนามจะวิ่งถึง 3 Dvition ก็จะมีรถอย่าง Skyline r30,Mitsubishi Stallions หลากหลายรุ่นมากๆ และด้วยกติกา Group A ขั้นต่ำการผลิตสำหรับรถที่จะลงแข่งขันฮอนด้าจึงใช้ ซีวิค เอสไอ ให้มาทำหน้าที่นี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่รุ่น เอสไอ การเป็นรหัสแรงของ Civic นับตั้งแต่นั้นมา ส่วนความหมายของคำว่า Si ก็ย่อตรงๆตัวเลย Sport Injection เพราะเครื่องของรุ่นนี้คือเครื่องZc Twin Cam หัวฉีด 110 แรงม้า

สำนัก MUGEN

สำหรับตัวแข่งซีวิคในยุคนี้ เข้าขั่นระดับตำนาน คงจะเป็นของ สำนัก Mugen เพราะมันสามรถคว้าชัยชนะจากทุกสนาม ใน Dvition 3 มาได้ ในปี 1987 ว่ากันว่า Mugen ดันแรงม้าไปถึง 180หรือ 200 แรงม้าเลยก็ว่าได้

สำนัก SPOON

อีก 1 ค่าย ก็ดูดีไม่แพ้กันจะเป็นรถของ สำนัก Spoon และได้มีการจัด รายการ Civic One Make Race อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1981 เป็นต้นไป


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *